“เกลเซอร์” เปิดปากเรื่องเทกโอเวอร์ ‘แมนยู’ – หลังเจอกระแสจาก “ตูร์กี อัลชีคห์”
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
6 พฤศจิกายน 2568 | 16:30:50 น.

กลุ่มตระกูลเกลเซอร์ ยังคงตกเป็นเป้าสนใจของแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง หลังล่าสุด เอ็ดเวิร์ด เกลเซอร์ หนึ่งในพี่น้องผู้ถือหุ้นใหญ่ของสโมสร ออกมาเปิดเผยถึงกระบวนการตัดสินใจภายในครอบครัว และพูดถึงประเด็นเทกโอเวอร์สโมสรที่ยังคาราคาซังมาหลายปี
เอ็ดเวิร์ด ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าพี่น้องที่ถือหุ้นคุมเสียงข้างมากใน ปีศาจแดง ระบุว่า การตัดสินใจสำคัญใดๆ เกี่ยวกับสโมสร จะต้องผ่านความเห็นร่วมกัน ของสมาชิกทุกคนในตระกูล โดยยอมรับว่า เสียงวิจารณ์จาก แฟนบอลเรื่องหนี้สินและการบริหารทีมกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ยืนยันว่าครอบครัวยังมีความมุ่งมั่น ที่จะรักษาเสถียรภาพของสโมสรไว้
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2024 ที่ผ่านมา เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ ได้ปิดดีลซื้อหุ้นจำนวน 27.7% ของสโมสร มูลค่าราว 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.25 พันล้านปอนด์) พร้อมรับผิดชอบดูแลฝ่ายฟุตบอลโดยตรง ร่วมกับ เจสัน วิลค็อกซ์ และ โอมาร์ เบอร์ราดา
อย่างไรก็ตาม กระแสข่าวเรื่องขายทีมทั้งหมด กลับมาร้อนแรงอีกครั้งเมื่อ ตูร์กี อัลชีคห์ ประธานคณะกรรมการบันเทิงแห่งซาอุดีอาระเบีย โพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียระบุว่า “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังอยู่ในขั้นตอนเจรจาขั้นสูงกับนักลงทุนรายใหม่” พร้อมทิ้งท้ายเชิงเหน็บว่า “หวังว่าคนใหม่จะดีกว่าคนก่อนๆ”
ซึ่งโพสต์ดังกล่าว สร้างกระแสถล่มออนไลน์อย่างหนัก ในหมู่แฟนบอล โดยเฉพาะหลังจาก เอ็ดเวิร์ด เกลเซอร์ ให้สัมภาษณ์เพียงไม่นาน ว่าทุกการตัดสินใจต้องได้รับฉันทามติจากทุกคนในครอบครัว ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นสัญญาณ ที่อาจบ่งชี้ถึงเงื่อนไขหรือจุดยืนใหม่ ของตระกูลเกลเซอร์ต่ออนาคตการเทกโอเวอร์สโมสร
ทั้งนี้ สื่ออังกฤษรายงานเพิ่มเติมว่า แม้ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ จะเข้ามามีบทบาท ในการบริหารฟุตบอลอย่างเต็มตัว แต่ครอบครัว เกลเซอร์ ก็ยังคงถืออำนาจใหญ่ ในการกำหนดทิศทางเชิงธุรกิจของสโมสรเช่นเดิม